ชมรมชาวเหนือ's profileชมรมชาวเหนือ มอ เกษตรศาส...PhotosBlogListsMore Tools Help

ชมรมชาวเหนือ มอ เกษตรศาตร์ กำแพงแสน

Occupation
Location
Interests
สวัสดีเจ้า...
ยินดีต้อนรับทุกท่าน
เข้าสู้เวปไซต์ชมรมชาวเหนือ
ชึ่งรวบรวมรูปภาพกิจกรรมต่างๆที่ทำร่วมกันของสมาชิกทุกๆท่าน......

ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม หนาเจ้า           ใครเข้ามาเยี่ยมชาวเหนือบ้าง รายงานตัวหน่อย จ้า

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
 สวัสดีเจ้า  ชาวเหนือ KU  คนแป้เจ้า เฮียนตี่ ม.บูรพาเจ้า  http://northenclub.blogspot.com/   นี่เป๋นบล็อกของม.บูรพา   แวะเข้าไปแอ่วได้เจ้า 
 
แล้วนี่เป็นบรอดเจ้า   http://forums.212cafe.com/northbuu/   คนบ่ค่อยเข้า
 
จะได่ก๊ะแวะไปแอ่วได้เน้อเจ้า 
 
ลืมไป   ข้าเจ้า จื่อ แจ๋วแหวว คนแป้  บ้านฮ่องกาศเจ้า
May 2
ซาวัดดีคับ ปี่น้องจาวเหนือเคยูกู๊คน
ผมจื้อ เบน คับ มาจาก นนทบุรีคับ แต่ต๋อนน้อยๆผมอยู่แป้มาก่อนคับ
ถึงแม้ตั๋วบ่าได้อยู่เหนือ แต่ใจ๋เป๋นจาวเหนือเต๋มร้อยคับผม
อ้อ บ่าเดี่ยวนี้ผมอยู่ปี๋1 คณะ ศวท. อิงค์ พิเศษ คับ ตึ๊ก2 ห้อง 301 คับ
benonlylove.hi5.com ติ๊ดต่อหรือทักทายผมได้เน้อคับ ยินดีตี้จะได้ฮู้จั๊ก เปื้อนๆ ปี้อ้ายจาว มก.กำแพงแสนกู่คนคับ
June 13
เออ...ไม่มีใครเข้ามาเลย...
หายไปที่.hi5 กันหมอแล้ว
แวะมะกันบ้างนะ น้องๆๆๆ
 
อ้ายอู้
Mar. 7
พี่ๆ นู่เดะเต๊บอ่ะคร่ะ  อยากเปนคนเหนือมั่งอ่ะ
July 19
kataleeya kwrote:
พี่ชื่อ แคท เจ้า  เป็นคนเชียงหใม่นะ  ยินดีที่ได้รู้จักน้องๆคนเหนือด้วยกันนะ  พี่อยู่กรุงเทพ ทำธุรกิจส่วนตัว บริษัททัวร์อยู่อ่ะ  ยังไงแวะทักทาย ดูรูปและทริปสวยๆของพี่บ้างนะเจ้า
July 4

ชมรมชาวเหนือ มอ เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

Photo 1 of 81
More albums (27)
July 05

ขอเชิญสมาชิกทุกท่านเข้าร่วมประชุมนัดหมาย วันบายศรีสู่ขวัญน้องปี1

ขอเชิญน้องๆ..ปี หนึ่ง (1)ทุกคน ที่สนใจเข้าร่วมทำกิจกรรม...

และเชิญพี่ๆสมาชิกทุกชั้นปี ร่วม (ตั้งวงsura) ร่วมพบปะสนทนากัน

และร่วมกันเตรียมงานบายศรีสู่ขวัญน้อง ปี หนึ่ง

เวลา 18.30    น.        มาตรงเวลานะ..เจ้า

วัน      จันทร์  ที่      9    เดือนกรกฎาคม   2550

  ชมรมชาวเหนือ หมู่บ้านกิจกรรม     

แล้ว ปะ กั๋น หนา เจ้า 

 

ปล. ถ้าหาก Fontไม่ตรงกันคงไม่ว่านะครับ อาจทำให้ตัวหนังสือผิดเพี้ยนไปบ้างอาจมองจากเครื่องอื่นๆ

เพี้ยนบ้าง

May 20

30 ข้อคิดดีดีในการใช้ชีวิต

30 ข้อคิดในการใช้ชีวิต

1. อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้น 
2. เมื่อมีคนเล่าว่า เขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตาม เราไม่ต้องไปคุยทับ ปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย 
3. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆเหมือนกัน 
4.หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ตามริมทางเสียบ้าง 
5. จะคิดการใด จงคิดการให้ใหญ่ๆ เข้าไว้ แต่เติมความสุข สนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย 
6. หัดทำสิ่งดีๆ ให้คนอื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารู้ 
7. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น 
8. เวลาเล่นเกมกับเด็กๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถอะ 
9. ใครจะวิจารณ์เรายังไงก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้ 
10. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ สองแต่อย่าให้ถึง สาม
11. อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ก็ลาออกซะ 
12. ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้ว อะไรๆ มันก็ไม่สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก 
13. ใช้เวลาน้อยๆในการคิดว่า ใครเป็นคนถูก แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า อะไรคือสิ่งที่ถูก 
14. เราไม่ได้ต่อสู้กับ คนโหดร้ายแต่เราต่อสู้กับ ความโหดร้ายในตัวคน 
15. คิดให้รอบคอบก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ 
16. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
17. ยอมที่จะแพ้ในสงครามย่อยๆ เมื่อการแพ้นั้นจะทำให้เราชนะสงครามใหญ่ 
18. เป็นคนถ่อมตน ...คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้วตั้งแต่เรายังไม่เกิด 
19. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด ...สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้ 
20. อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม 
21. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามเราว่า เป็นอย่างไรบ้างตอนนี้
ก็ตอบเขาไปเลยว่า สบายมาก
22. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละ 24 ชั่วโมง เท่าๆ กับ หลุยส์ ปาสเตอร์, 
ไมเคิลแอนเจลโล, แม่ชีเทเรซา, ลีโอนาร์โด ดา วินซี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน หรือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ที่เขามีนั่นเอง 
23. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวกลับไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำ 
มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว 
24. ประเมินตนเองด้วยมาตราฐานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยมาตราฐานของคนอื่น 
25. จริงจังและเคี่ยวเข็ญตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น 
26. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดีๆ ใหม่ๆ และยิ่งใหญ่จนสามารถเปลียนแปลงโลกได้ ล้วนมาจากบุคคล
ที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น 
27. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น (มิใช่สอดรู้สอดเห็น) 
28. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด 
29. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ กว้างขวางมากกว่าการมีชีวิตให้ ยืนยาว
30. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ 

 

May 10

ปี๋ใหม่เมือง

ปี๋ใหม่เมือง

เทศกาลสงกรานต์ ตามปฏิทินโหราศาสตร์ของชาวล้านนานั้น จะถือเอาวันที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษซึ่งจะไม่ตรงกับวันที่ 13 เมษายน ตามประกาศ ของทางการเสมอไปโดยจะมีวันต่างๆและมีพิธีกรรม และการละเล่นหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกัน เริ่มจาก

วันสังกรานต์ล่อง ต้นเค้าของคำนี้มาจาก ภาษาสันสกฤตซึ่งออกเสียงแบบล้านนาว่า สัง-ขานซึ่งทำให้มีผู้เลยเข้าใจว่าเป็นสังขารได้ด้วยและวันสังขานล่องนี้คือวันที่พระอาทิตย์โคจรไปสุดราศีมีนจะย่างเข้าสู่ราศีเมษ ตามความเชื่อแบบล้านนา กล่าวกันว่าในตอนเช้ามืดของวันนี้ปู่สังขาน ย่าสังขาน จะนุ่งห่มเสื้อผ้าสีแดง สยายผมล่องแพไปตามลำน้ำ ปู่หรือย่าสังขาน นี้ จะนำเอาสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาตามตัวมาด้วย จึงต้องมีการยิงปืนจุดประทัดหรือทำให้เกิดเสียงดังต่างๆนัยว่าเป็นการไล่สังขาน และถือกันว่าปืนที่ใช้ยิงขับปู่หรือย่าสังขานแล้วนั้นจะมีความขลังมาก ในวันนี้ตั้งแต่เช้าตรู่จะมีการปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาดซักผ้านำที่นอนออกไปตากเก็บกวาดและเผาขยะมูลฝอยผู้หญิงก็จะมีการดำหัว(สระผม)เป็นกรณีพิเศษ ในวันสังขานล่องนี้ยังไม่มีพิธีทางศาสนาจะมีแต่เพียงผู้ใหญ่บางท่าน อาจเรียกลูกหลานมาพร้อมกันแล้วให้หันหน้าไปทางที่ที่โหรกำหนดแล้วกล่าวคำว่า สัพพะเคราะห์ สัพพะอุบาทว์ สัพพะพยาธิโรคา ทั้งมวลจุ่งตกไฟกับสังขานในวันนี้ยามนี้เน่อ และวันนี้เองจะเป็นวันเริ่มต้นการเล่นรดน้ำสงกรานต์เป็นต้นไปจนสิ้นสุดช่วงเทศกาลสงกรานต์

จากวันสังขานล่อง ต่อมาก็จะเป็นวันเนา หรือวันเน่าชาวบ้านจะพากันไปซื้อของทำบุญ เมื่อถึงเวลาบ่ายก็จะมีการขนทรายเข้าวัด นำมากองรวมกันทำเป็นเจดีย์ โดยถือว่าเป็นการนำทรายมาทดแทนในส่วนที่ติดเท้าของตนออกจากวัด ซึ่งเหมือนกับการลักของจากวัด และที่บ้านชาวบ้านก็จะนำกระดาษสีต่างๆมาตัดทำเป็นตุงหรือธงนั่นเอง มาติดกับก้านต้นเขือง เพื่อเตรียมนำมาปักที่เจดีย์ทรายในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันพญาวัน วันเนานี้อาจเรียกอย่างหนึ่งว่า วันดา เพราะเป็นวันที่ ดา (วันที่จัดเตรียมของต่างๆที่จะนำไปทำบุญ) และเป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่งของชาวล้านนาในวันเนานี้ถือเป็นวันที่ห้ามกระทำในสิ่งที่ไม่เป็นมงคลโดยเฉพาะห้ามด่าทอทะเลาวิวาทกันกล่าวกันว่าผู้ใดที่ด่าทอผู้อื่นในวันนี้หรือทะเลาะวิวาทก็จะไม่ดีหรือเป็นอัปมงคลไปทั้งปี(เด็กหนุ่มสาวมักจะชอบเย้าแหย่คนเฒ่าหรือผู้ใหญ่ให้พลั้งเผลอด่าออกมาแล้วเด็กก็จะบอกว่าวันนี้ห้ามด่ากัน)

วันต่อไปคือวันพญาวัน ซึ่งถือเป็นวันเถลิงศกเริ่มต้นจุลศักราชใหม่ เป็นวันที่มีการทำบุญทางศาสนาแต่เช้าตรู่จะนำเอาสำรับอาหารคาวหวานไปทำบุญที่วัด ตานขันข้าว(ถวายสังฆทาน) ให้ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับไปแล้วต่อจากนั้นก็จะพากันนำตุงที่ทำไว้ไปปักบนเจดีย์ทราย ซึ่งถือว่ามีอานิสงฆ์สามารถช่วยให้ผู้ตายที่มีบาปหนักถึงขั้นตกนรกนั้นสามารถพ้นจากขุมนรกได้โดยที่ชายตุงจะได้พันตัวผู้ตกนรกนั้นแล้วดึงพ้นจากขุมนรกขึ้นมา ในช่วงบ่ายก็จะเข้าสู่ประเพณีการดำหัวหรือคารวะผู้เฒ่าผู้แก่ บิดามารดา ญาติพี่น้องผู้มีอาวุโส เพื่อเป็นการขอขมาลาโทษอันเนื่องจากที่อาจได้ประพฤติในสิ่งที่ไม่สมควรต่อท่านเหล่านั้น

ในวันที่4เรียกว่าวันปากปี เป็นการเริ่มต้นปีชาวบ้านจะดำหัววัด คารวะเจ้าอาวาสที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันดำหัวเจ้าบ้าน (ศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน) ตลอดจนทำพิธี แปลงบ้านหรือสงเคราะห์บ้าน เริ่มต้นด้วยการขั้นท้าวทั้งสี่ บูชาท้าวจตุโลกบาลก่อน แล้วจึงนิมนต์พระมาเจริญพุทธมนต์ตกเย็นก็จะทำพิธีปูจาเทียน คือนำเทียนที่มีไส้ทำด้วยกระดาษสาเขียนเลขยันต์มาจุดบูชาพระพุทธรูป

วันที่5 ถือเป็นวัน ปากเดือน เป็นวันเริ่มต้นของเดือนใหม่ นิยมส่งเคราะห์ต่างๆ เช่น ส่งชน ส่งแถน ส่งเคราะห์นรา เป็นต้น ส่วนการดำหัวนั้น จะดำเนินต่อไปได้ตลอดเดือนเมษายน

 

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเพณีดำหัวล้านนา

  1. ประเพณีดำหัวเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลขึ้นปีใหม่ จะไม่มีการดำหัวก่อนขึ้นปีใหม่ แต่จะเริ่มดำหัวตั้งแต่ วันพญาวัน 15 เมษายน จนถึงสิ้นเดือน
  2. ประเพณีดำหัว เป็นประเพณีที่ผู้น้อย คารวะผู้เฒ่าผู้แก่เพื่อขอขมาหากได้ล่วงเกินในช่วงปีที่ผ่านมาและขอพรปีใหม่จากท่าน ไม่มีประเพณีผู้น้อยให้พรผู้ใหญ่
  3. วิธีดำหัว ลูกหลานเอาผ้า(ปัจจุบันเป็นของอื่นประกอบ)ดอกไม้ธูปเทียนอย่างละ1คู่สำหรับ1คนและน้ำขมิ้นส้มป่อยซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่จะเอามือวักน้ำส้มป่อยลูบศรีษะเองประเพณีล้านนาไม่มีการรดมือผู้ใหญ่

 

ข้อมูลจาก วารสาร ทองกวาว ฉบับที่ 13 ปักษ์หลัง มีนาคม 2543

                  วารสาร เชียงใหม่ ปริทัศน์ ฉบับปฐมฤกษ์ เมษายน 2543

                  แม่ลม บ้านซาง อ.แม่ริม เชียงใหม่

March 27

ผ่อนคลายอารมณ์กันก่อน เจ้า

สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา . . . คือชีวิตเรา     

 สิ่งที่มีค่าที่สุดในใจเรา . . . คือหัวใจเรา
    
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร     

 อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคน
    
อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดและสิ่งที่ดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล   

   เพราะไม่มีใคร . . . ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
    
อย่าปิดกั้นความรู้สึกของหัวใจ    

  อย่าบอกว่าเกิดมาเพื่อรักคน ๆ เดียว
    
คนใจแคบเท่านั้น . . . ที่เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว   

   เราสามารถรักใครต่อใครได้มากมาย
    
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
    
หน้าที่ที่จะปฎิบัติต่อคนที่เรารัก
    
รักต่างแบบ . . . ปฎิบัติในหน้าที่ต่างกัน<
    
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่ง . . .
    
คนบางคนไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้
    
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย . . .
    
และไม่เห็นต้องเจ็บเจียนตาย . . .
    
ถ้าเรามั่นใจ . . . ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้น เต็มที่แล้ว
    
อากาศ . . . ร้อนอบอ้าว
    
ออกมายืนคุยกับแสงแดด
    
อากาศ . . . หนาวขาดใจ
    
ออกมาหาอุ่นไอลมหนาว
    
เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาว . . . ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกับมัน
    
ก็เหมือนความรัก . . . อยากรู้ว่ารสชาตเป็นยังไง
    
ก็ต้องไปสัมผัสกับมัน . . . แต่อย่าทรมานตัวเอง
    
ด้วยการยืนตามแดดนาน ๆ หรือยืนต้านทานลมหนาว
    
ถ้ารู้ว่าร้อนนัก . . . ก็หลบที่ร่ม
    
ถ้ารู้ว่าหนาวนัก . . . ก็ก่อเตาผิง
    
ความรักจะไม่ทำร้ายเรา . . . ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
    
ถ้าเธอรู้จักรัก . . . แสงแดดจะทำให้เธออุ่น
    
ลมหนาวจะทำให้เธอหลับสบาย

ประเพณีการฮ้องขวัญ (เรียกขวัญ)

 

เรื่องของขวัญ

     ขวัญ เป็นความเชื่อของชาวล้านนาว่าสรรพสิ่งทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นคนพืช สัตว์หรือสิ่งของต่างมีขวัญทั้งสิ้น
ขวัญเป็นพลังของชีวิตเปรียบเสมือนเป็นแก่นหรือแกนกลางของชีวิตถ้าหากขวัญหายหรือเสียขวัญไปจะทำให้เสีย
สมดุลต่างๆ ในชีวิตดังนั้นจึงมีประเพณีที่เกี่ยวข้องกับขวัญหรือทำพิธีเรียกขวัญ ไม่ว่าจะเรียกขวัญของคน ข้าว หรือ
สัตว์เลี้ยงขวัญบ้านขวัญเมืองเชื่อว่าชีวิตจะมีความผาสุกและเจริญรุ่งเรืองเมื่อขวัญได้รับการดูแลใส่ใจ

     ประเพณีเรียกขวัญ หรือฮ้องขวัญ เป็นประเพณีที่ชาวล้านนาถือปฏิบัติสืบต่อกันมาสำหรับเรียกขวัญคนที่หายป่วย
ใหม่ๆ หรือผู้ที่กำลังป่วยไข้ให้มีกำลังใจ เชื่อว่าคนที่ป่วยถูกผีสางนางไม้ทักทาย ทำให้หวาดสะดุ้งขวัญหนีไป บางคน
เมื่อทำพิธีฮ้องขวัญแล้วทำให้หายป่วยเป็นปกติ

     สิ่งของที่ต้องเตรียมในพิธีฮ้องขวัญ ได้แก่หมากธูปเทียนผ้าแดงข้าวสาร 1 ถ้วย เงินเหรียญบาท 1 เหรียญ
จัดใส่พานไว้ อีกพานหนึ่งทำเป็นบายศรีใส่เครื่องบูชาเพื่อให้ขวัญกลับมารับ เช่นขนม เมี่ยงบุหรี่หมากไก่ต้ม ไข่ต้ม  
และนำเสื้อผ้าผู้ป่วยหนึ่งชุดใส่ในพานวางไว้ใกล้ๆ ข้าวเปลือกนำใส่ถ้วยวางไว้สำหรับปู่อาจารย์ใช้เสี่ยงทายว่า
ขวัญของผู้ป่วยกลับมาหรือยัง

    เมื่อเตรียมของทุกอย่างครบแล้วปู่อาจารย์ก็จะเริ่มทำพิธีโดยให้ผู้ป่วยหรือผู้ถูกเรียกขวัญนั่งพนมมืออยู่ด้านหน้า
ผู้เรียกขวัญจะกล่าวคำเรียกขวัญเป็นคาถาด้วยทำนองไพเราะน่าฟังทั้งปลอบทั้งเชิญให้ขวัญกลับมารับเครื่องบูชาที่จัดไว้

     หลังจากเรียกขวัญจบลงครั้งหนึ่งแล้วปู่อาจารย์จะเสี่ยงทายว่าขวัญกลับมาครบหรือยังโดยหยิบข้าวเปลือกมา
หยิบหนึ่งแล้วนับดู ถ้านับได้ 32 เม็ดแสดงว่าขวัญกลับมาครบแล้วปู่อาจารย์ก็จะนำด้ายแล้วกล่าวคาถาผูกข้อมือ
ใช้ผูกข้อมือผู้ป่วย จากนั้นก็ให้พรถือว่าเสร็จพิธีฮ้องขวัญ

     สำหรับผู้ป่วยเชื่อว่าบางครั้งเพราะผู้ป่วยได้รับความตกใจหรือขวัญเสียในสถานที่บางแห่งเพื่อต้องการให้หาย
จากอาการป่วยไข้ จะมีพิธีช้อนขวัญที่ตกหายไปคืนแก่เจ้าของอีกด้วย โดยมีอุปกรณ์ในการช้อนขวัญ ดังนี้

     ด้ายสายสิญจน์ 1 เส้นให้มีความยาวพอประมาณ ข้าวเหนียวปั้นให้พอดีคำ 1 คำกล้วยน้ำว้าสุก 1 ลูก กระทง
ใบตองกล้วย 2 กระทง แซะหรือสวิง 1 อัน

     จากนั้นผู้ทำพิธีช้อนขวัญ อาจเป็นหญิงผู้เฒ่าที่เคารพนับถือของคนในหมู่บ้านนำกล้วยกับข้าวสุกวางไว้ที่จุด
ที่ผู้ป่วยตกใจหรือเสียขวัญใช้ด้ายสายสิญจน์แกว่งไปมาในบริเวณนั้นแล้วเอาแซะหรือสวิงช้อนขวัญที่คิดว่าหล่น
หรือตกหายแล้วพูดว่า

      “ขวัญได้มาตกหกตกหาย ขอฮื้อเมียอยู่กับเจ้าจิ่มเน้อ”(ขวัญที่หล่นอยู่ที่นี่ขอให้กลับบ้านไปอยู่กับเจ้าของด้วย)

     เมื่อเสร็จพิธีก็จะใช้กล้วยมาถูกับตัวผู้ป่วย หรืออาจให้ผู้ป่วยกินกล้วย จากนั้นใช้ด้ายสายสิญจน์ที่ทำพิธีผูกข้อมือผู้ป่วย

     ชาวล้านนามีความเชื่อว่าเด็กทารกที่เกิดมาใหม่ขวัญจะอ่อนบางครั้งในตอนกลางคืนจะร้องไห้ไม่ยอมหยุด เพราะ
มีพ่อเกิดแม่ก๋าย (พ่อแม่ในอดีตชาติ)มาแวะดูลูกหลานที่ท่านส่งมาเกิดว่าเป็นอย่างไรบ้า งมาอยู่กับพ่อแม่ นี้สบายดี
หรือไม่จึงมาหยอกล้อเด็กหรือบางครั้งอาจเป็นผีตายโหงไม่มีที่สิงสถิตมารบกวนเด็กให้ตกใจร้องไห้ไม่ยอมหยุด

     ผู้ใหญ่ในบ้านจะเอาข้าวเหนียวมาปั้นแล้วจิ้มไปที่ตัวเด็กแล้วโยนทิ้งไปทำ 3 ครั้งติดต่อกันพร้อมกับพูดว่า“ผีตายห่า
ตายโหงจะไปมาคุยเด็ก” (คุย ภาษาเหนือหมายถึงรบกวน)

     ผู้ใหญ่จะเอามือป้ายไปที่ส้นเท้าตนเองแล้วเอาไปป้ายที่หน้าผากของเด็กจากนั้นจะผูกข้อมือเด็กด้วยด้ายสายสิญจน์
ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงจะผูก 5 เส้นแต่ถ้าเป็นเด็กผู้ชายจะผูก 7 เส้นเอาห่อพริกห่อเกลือดอกไม้และธูป 2 ดอกนำมาบนบาน
ศาลกล่าวใกล้ ๆ กับเด็กขอให้เด็กหยุดร้องไห้ ถ้าเด็กหยุดร้องอีก 3 วันตนจะเลี้ยงผี

     จากความเชื่อที่ว่าก่อนเด็กจะเกิดมามีผีหรือผู้เป็นพ่อแม่ในอดีตเป็นผู้ดูแลก่อนผู้หญิงจะเกิดลูกผีจะเป็นผู้ปั้นรูปร่าง
ลักษณะของเด็กแล้วผีจะคอยดักจับวิญญาณใส่รูปที่ปั้นเพื่อให้มีชีวิตแล้วผีจึงส่งเด็กเข้าสู่ครรภ์มารดา ดังนั้นเมื่อเกิดลูก
ออกมาพ่อแม่จึงกลัวว่าผีจะมาเอาลูกคืนไปจึงมีพิธีกรรมที่เรียกว่าทำขวัญ 3 วันขึ้นมา

     ผู้เฒ่าผู้แก่จะจัดทำบายศรีมีเทียนไข 1 เล่ม มีโถใส่กระแจะแป้งเจิมหน้ามีน้ำในขันเป็นน้ำอุ่นกับช้อนเล็กๆ
สำหรับตักน้ำให้เด็กกินเมื่อถึงเวลาผู้ทำพิธีอาจเป็นปู่ย่าตายายหรือญาติผู้ใหญ่จะจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
สวดคาถาชุมนุมเทวดาแล้วยกบายศรีตั้งตรงศีรษะที่เด็กนอนซึ่งจะมีผู้อุ้มอยู่นั่งข้างหน้าผู้ทำพิธี

     โดยจะนำเด็กที่ใส่กระด้งแกว่งไปมาพร้อมกับพูดว่า

     “3 วันลูกผี 4 วันลูกคนลูกของใครมาเอาไปเน้อ” แล้วจะมีผู้เฒ่าผู้แก่คนหนึ่งนำเงินโบราณ หรือเบี้ย มาซื้อ
เด็กไปพร้อมกับพูดว่า
  “ฉันรับซื้อเป็นลูกฉันเอง” จะเรียกหญิงผู้เฒ่าที่รับซื้อเด็กนี้ว่าแม่ซื้อ

     จากนั้นผู้ทำพิธีจะหยิบด้ายสายสิญจน์ขึ้นมาลูบลงบนแขนขาของเด็กเบาๆ ข้างละเส้นและลูบข้างตัวเด็ก
ข้างละเส้นเรียกว่าฟาดเคราะห์ เพื่อแยกสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ให้ออกจากตัวเด็กจากนั้นนำด้ายทั้ง 4 เส้นไปเผาไฟ
จากเทียนไขที่จุดไว้ แล้วหยิบด้ายเส้นใหม่ขึ้นมาให้พรแก่เด็กแล้วกล่าวว่า

     “ขวัญเอ๋ยขวัญมาอยู่กับเนื้อกับตัว”

     พร้อมขมวดปมไว้ตรงกลางด้าย แล้วนำด้ายนั้นไปผูกข้อมือข้อเท้าทั้งสองข้างของเด็กเจิมแป้งกระแจะ
ที่หน้าผากตักน้ำอุ่นในขันให้เด็กกิน 3 ครั้งเป็นอันเสร็จพิธี

     บางครั้งเวลาเด็กเล็กหกล้ม ผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะปลอบโดยใช้มือลูบหลังแล้วพูดว่า

     “ขวัญเอ๋ย ขวัญมาขวัญอยู่กับเนื้อกับตัว” เด็กๆ จะหยุดร้องไห้ ถือว่าเป็นการเรียกขวัญอย่างหนึ่งเหมือนกัน

     นอกจากการฮ้องขวัญเพื่อเรียกกำลังใจแก่ผู้ป่วยให้หายแล้วการฮ้องขวัญยังเป็นการเสริมสร้างมิตรภาพเช่น
การฮ้องขวัญสำหรับบุคคลสำคัญผู้มาเยือนในถิ่นตนเป็นการให้เกียรติ

     ฮ้องขวัญ ผู้อาวุโส เป็นการฉลองครบครบวันเกิดเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลมีอายุยืนนานเพื่อเป็นร่มโพธิ์
ร่มไทรของลูกหลานต่อไป

     ฮ้องขวัญในพิธีสำคัญ เช่น ฮ้องขวัญลูกแก้ว หรือนาคที่จะบวชในพุทธศาสนา เพื่อให้จิตใจบริสุทธิ์ก่อนบวช

     ฮ้องขวัญคู่บ่าวสาวที่ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เพื่อเป็นการเตือนสติ เสริมกำลังใจในการฟันฝ่าอุปสรรคในชีวิตคู่

     ฮ้องขวัญในงานศพ เพื่อเรียกขวัญญาติให้อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ให้ไปกับผู้ตาย และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนและ
ครอบครัว

     นอกจากนี้ ชาวล้านนายังนึกถึงสัตว์เลี้ยงที่ให้คุณช่วยเหลือการงานด้วยความกตัญญูรู้คุณ รักและผูกพันกับสัตว์
และเชื่อว่าถ้าสัตว์ที่เลี้ยงมีขวัญและกำลังใจดีจะช่วยให้กิจการงานดีขึ้นและสัตว์จะมีกำลังกายเต็มใจที่จะช่วยเหลืองาน
และเป็นสิริมงคลกับผู้เป็นเจ้าของจึงจัดพิธีฮ้องขวัญสัตว์เลี้ยงได้แก่ฮ้องขวัญวัวควาย ช้างและม้าเป็นต้น

     ขวัญยังมีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงสังคมให้เกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะ มีการฮ้องขวัญในพิธีสืบชะตา
บ้านชะตาเมือง ตลอดจนป่าไม้และแหล่งน้ำที่ให้คุณแก่คนในสังคม

     ฮ้องขวัญ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของชาวล้านนาช่วยสร้างเสริมกำลังใจพลังอันยิ่งใหญ่ในชีวิตให้มีสติอยู่คู่กาย
เป็นการรักษาดุลยภาพแห่งชีวิตคนเรา